แรงบันดาลใจ

วันหนึ่งในอดีตได้มีโอกาส กลับทำงานร่วมกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นบริษัทช่าวต่างชาติ
มาเปิดทำการที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และทำงานอยู่ประมาณ 3-4 ปี
กระผมสังเกตเห็นวิถีชีวิตของคนนครศรีธรรมราช
และคนในภาคใต้ นิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุก โดยเริ่มตั้งแต่ตอนเช้า
นั่งดืมกาแฟ ที่ร้านกาแฟ มีราวแขวนนกกรงหัวจุก พอเวลา 11.00 น.
มีสนามแข่งขันนกกรงหัวจุกช่วงนั้นกำลังเริ่มเป็นที่นิยมและแพร่หลายไปในภูมิภาคอื่นๆของประเทศไทย
แต่ละสนามที่มีการแข่งขัน มีคนมาร่วมแข่งขันจำนวนมาก
และมีรางวัลใหญ่ๆเช่น วัว ,ตู้เย็น,เครื่องซักผ้า,โทรทัศน์,รถจักรยาน,พัดลม
กระผมจึงมีความคิดว่า เมื่อมีคนนิยมเลี้ยงกรงหัวจุกมากๆ ผมจึงคำถามว่า
ชาวบ้านเอานกกรงหัวจุกมาจากไหน มาเลี้ยงตามแบบวิถีชาวบ้าน
ผมได้มีโอกาสพบปะกับคนเลี้ยงนกกรงหัวจุกหลายๆท่านเพื่อสอบถามและแลกเปลี่ยนความคิดถึงโอกาส
ที่ความนิยมของคนที่นิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุก จะลดน้อยลง หรือเพิ่มความนิยมสูงขึ้น
พอสรุปได้ว่าแนวโน้มการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมีแต่จะเพิ่มความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆและความต้องการนกกรงหัวจุกในสมัยนั้น
ต้องมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ถื่อว่าเป็นนกกรงที่เก่ง
ในทุกประเภทของนกที่นิยมเลี้ยงกัน และมีราคาที่สูงมาก
เป็นที่ต้องการของคนที่นิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุกในสมัยนั้นจากหลายๆจังหวัดของประเทศไทย
มีการสั่งซื้อนกกรงหัวที่แข่งขันแล้วได้รางวัลที่ 1 2 และ3 ในราคาสูง
เพื่อส่งไปขายต่อให้กับนักเลงเลี้ยงในจังหวัดต่างๆตามใบสั่งซื้อ
ผมจึงสอบถามคนที่นิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุกอีกประเด็นว่าแล้วนกเอามาจากที่ไหนที่มาขาย
และซื้อนกกรงหัวจุกมาเลี้ยง
กระผมได้คำตอบว่านกเอามาจากภาคอื่นซึ่งไม่ใช่ภาคใต้ เนื่องจากนกกรงหัวจุกทางภาคใต้หมดแล้ว
ถ้ามีนกกรงหัวของทางภาคใต้แท้ๆก็อยู่มือของชาวบ้านที่นิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุก
แต่นกกรงหัวจุกเปลี่ยนนกที่มีความสามารถพิเศษคือสามารถเลี่ยนแบบเสียงร้องตามนกนำหรือนกครู
หรือนกฝึกแล้วแต่จะเรียกกันครับ
จากความสามารถพิเศษของนกกรงหัวจุกตรงจุกนี้เอง
ที่ทำให้ผมมีความคิดที่หัดเลี้ยงนกกรงหัวจุก ครับ
บอกตรงนะครับไม่เคยเลี้ยงนกกรงหัวจุกมาก่อนเลยครับ
  ประมาณ ปี พ.ศ.2553
ผมจึงตัดสินใจซื้อนกกรงหัวจุก 1 ตัว จากร้านขายนกแห่งหนึ่งใน อ.ท่าศาลา ในราคา 500 บาท
เขาลูกว่าลูกนกหูขาว เลี้ยงไปสักระยะหนึ่งได้ยินคนที่เลี้ยงนกกรงหัวจุกเขาพูดกันว่า
นกกรงหัวจุกที่ชาวบ้านเลี้ยงตามวิถีของชาวบ้านเป็นนกผิดกฎหมาย ผมจึงเกิดความกลัว และศึกษา
พรบ.คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 จึงเข้าใจ หลังจากได้มีโอกาสรู้จักกับ พี่ราชันย์ พันธุ์มูสิก
ทำงานที่สำนักงานกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงฝากพี่ราชันย์ไว้ ว่า
ถ้าทางจังหวัดมีโครงการส่งเสริมเพาะพันธุ์นกกรงหัวจุกให้ช่วยแจ้งด้วย ครับ เวลาผ่านไปประมาณ 2 ปี
ทางพี่ราชันย์ นำหนังสือเรียนเชิญ ไปประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางในการส่งเสริมการเพาะพันธุ์นกกรงหัวจุกตามวิถีชาวบ้าน
โดย ผู้ริเริ่ม โครงการคือท่านนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชในขณะนั้น ผลิตผลจากการเข้าหารือในวันนั้น 

ได้บังเกิด ศุกิจทัศวรรณฟาร์ม ในเวลาต่อมา โดยได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือ 

จากเจ้าหน้าที่ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช 

และ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๕ (นครศรีธรรมราช) ในการให้คำแนะนำในการจัดหา 

พ่อแม่พันธุ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อดำเนิการขออนุญาตเพาะพันธ์นกกรงหัวจุก 

โดยเริ่มเพาะพันธุ์นกกรงหัวจุกในตอนแรกจำนวน ๕ คู่ 

โดยได้รับอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนและคุ้มครอง สป.๙ เล่มที่ ๑ ฉบับ ๓๑ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕  

หลังจากนั้นได้ดำเนินการ ขออนุญาตใช้ห่วงขา ใส่ขานก STF มาจากคำว่า 

ศุภกิจทัศวรรณฟาร์ม ซึ่งเป็นชื่อ ฟาร์มด้วยครับ และในรอบเดือนมกราคมปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้แจ้งเพิ่มสัตว์ป่าที่จากการเพาะพันธุ์ 

และได้ขอ อนุญาตค้าสัตว์ป่าที่มาจากการเพาะพันธุ์ควบคู่ไปด้วยและประมาณ เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ 

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านอภินันท์ ซื่อธานุวงค์ ได้ไปเยี่ยมชม ศุภกิจทัศวรรณฟาร์ม พร้อมด้วยคณะ เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆและหารือแนวทางในการสงเสริมการเพาะพันธุ์นกกรงหัวจุกให้แก่ชาวบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช 

โดยทำการส่งเสริมจำนวน ๑๐ ราย โดยการสนับสนุน กรงเพาะพันธุ์นก จำนวน ๕ กรงและพ่อแม่พันธุ์จำนวน 5 คู่ 

และทุกๆปีสมาซิก กลุ่มเพาะพันธุ์นกกรงหัวจุกจังหวัดนครศรีธรรมราช จะคืนนกปีละ 5 ตัวต่อ รายสมาชิก 

เพื่อนำนกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติและจะทำต่อเนื่องทุกๆปีครับ 

ปีแรกเริ่มปล่อนนกคืนสู่ธรรมชาติ คือปี พ.ศ.๒๕๕๘ ปล่อยนกคืนสู่ธรรมชาติ วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๙